คอลลาเจน คืออะไร ? ประโยชน์ เลือกให้ถูกต้อง ( Collagen ) | Picksmart

คอลลาเจน คืออะไร ?

คอลลาเจน (Collagen) เป็นสิ่งที่หลายคนรู้จักและนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของผิวหนังมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผิวหนังซึ่งช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความเรียบเนียนของผิว ด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑ์คอลลาเจนจึงมีมากมายทั้งในรูปแบบทาภายนอกและรูปแบบเสริมความสมบูรณ์ภายใน ช่วยให้เราสามารถทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปเนื่องจากกระบวนการเกิดของโครงสร้างผิวหนังที่เสื่อมโทรมขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น

เนื้อหา

คอลลาเจน คืออะไร ?

คอลลาเจนคืออะไร ? ประเภทหนึ่งของโปรตีนที่มีอยู่ในร่างกายของเราอย่างแพร่หลาย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเส้นใยของเนื้อเยื่อผิวหนัง นอกจากนี้คอลลาเจนยังพบในเนื้อเยื่ออื่น ๆ เช่น เส้นใยของกระดูก ตับ หลอดเลือด และอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย คอลลาเจน มีความสำคัญสำหรับการรักษาความเรียบเนียนของผิวพรรณ โดยทำหน้าที่เป็นตัวยึดติดเนื้อเยื่อหนังไว้ ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น และช่วยลดการเกิดริ้วรอยและริ้วรอยเกี่ยวกับกระบวนการเสื่อมสภาพของผิวหนัง นอกจากนี้คอลลาเจนยังมีบทบาทในการสนับสนุนโครงสร้างของเครื่องอวัยวะอื่น ๆ เช่น กระดูก และเส้นเลือด

แม้ว่าร่างกายของเราจะสามารถสร้างคอลลาเจนได้เอง แต่ค่านิยมคอลลาเจนในร่างกายจะลดลงเมื่อเราเพิ่มอายุ นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนอื่น ๆ เช่น แสงแดด สารเคมีในบริเวณร่างกาย และบางโรคสภาพแวดล้อมบางสภาพ ดังนั้น บางครั้งการเสริมสร้างคอลลาเจนด้วยวิธีการอื่น เช่น การทาครีมหรือการลดความเครียดก็อาจช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกายได้

สามารถพบคอลลาเจนได้ 4 ชนิดตามร่างกาย

คอลลาเจนเป็นสารสำคัญที่พบได้ในร่างกายและมีบทบาทสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้กับผิวหนัง มีหลายชนิดของคอลลาเจนที่มีคุณสมบัติและการกระจายตัวต่างกัน

  • คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type I) เป็นชนิดที่มีปริมาณมากที่สุดในร่างกาย พบได้ในผิวหนัง เส้นผม กระดูก เนื้อเยื่อ และผนังหลอดเลือด มีบทบาทในการเสริมความยืดหยุ่นและการสมานแผล
  • คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) เป็นชนิดที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าชนิดที่ 1 พบมากในกระดูก กระดูกอ่อน และข้อต่อ มีบทบาทในการสร้างกระดูกอ่อน
  • คอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen Type III) เป็นชนิดที่พบในผิวหนัง กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด มีบทบาทในความยืดหยุ่นของผิวหนัง
  • คอลลาเจนชนิดที่ 5 (Collagen Type V) พบในบริเวณเดียวกับคอลลาเจนชนิดที่ 1 ใต้ชั้นผิวหนังและในเนื้อเยื่อของทารกที่กำลังเจริญเติบโต

ปกติแล้วร่างกายจะสร้างและสลายคอลลาเจนในปริมาณที่สมดุลกัน อย่างไรก็ตามเมื่อมีอายุมากขึ้น การสร้างคอลลาเจนลดลงในอัตราประมาณร้อยละ 1 ต่อปี ในขณะที่อัตราการสลายคอลลาเจนยังคงเดิมไว้ จึงทำให้ปริมาณคอลลาเจนในร่างกายลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งส่งผลให้ความแข็งแรงของผิวหนังลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น และมักเกิดริ้วรอยบนผิวหนัง

Hydrolyzed Collagen คือ ?

Hydrolyzed Collagen คือ ?

การเพิ่มปริมาณ คอลลาเจน ในร่างกายเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยให้ผิวและร่างกายดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีขึ้น ไฮโดรไลซ์คอลลาเจน (Hydrolyzed Collagen) เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการย่อยเพื่อให้มีขนาดเล็กลง การย่อยนี้ทำให้คอลลาเจนมีความสามารถในการดูดซึมสูงขึ้น และมีประสิทธิภาพในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนใต้ผิวหนัง นอกจากนี้ การรับประทานคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องยังช่วยเสริมสร้างริ้วรอยชะลอการเกิดของผิวและลดการหย่อนคล้องของผิวอย่างได้ผล นอกจากผิวหนังแล้ว คอลลาเจนยังมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม แผ่นเล็บ และกระดูก ดังนั้นการรับประทานคอลลาเจนเป็นสิ่งที่สำคัญในการบำรุงรักษาความสวยงามและสุขภาพของร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง อวบอิ่ม และดูอ่อนเยาว์ได้นานยิ่งขึ้น

ประโยชน์จาก คอลลาเจน ที่คุณจะได้รับเมื่อมีอย่างเพียงพอ

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีบทบาทสำคัญในร่างกาย มีหลายชนิดของคอลลาเจนที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของผิวหนังและร่างกายทั้งหมด

  • ความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น: คอลลาเจนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง เมื่อคอลลาเจนสามารถซึมซับเข้าสู่ผิวหนังได้ ผิวจะดูมีความเนียนเนี่ยน และลดความหยาบกร้าน
  • ลดริ้วรอย: การบริโภคคอลลาเจนอาจช่วยลดริ้วรอยที่สังเกตเห็นได้ชัด โดยคอลลาเจนช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่และเสริมสร้างโครงสร้างผิวหนัง
  • สุขภาพเล็บ: คอลลาเจนช่วยลดการเปราะแตกของเล็บ โดยเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของเล็บ
  • สุขภาพกระดูก: การบริโภคคอลลาเจนร่วมกับแคลเซียมและวิตามิน D ช่วยลดอัตราการสลายของกระดูก และสร้างกระดูกอ่อนที่แข็งแรง
  • สุขภาพข้อต่อในกลุ่มผู้สูงอายุ: คอลลาเจนช่วยลดการปวดข้อต่อและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับข้อต่อในกลุ่มผู้สูงอายุ

การบริโภคคอลลาเจนเป็นวิธีที่ดีในการสนับสนุนความสมบูรณ์ของร่างกาย อาจมีผลดีต่อผิวหนังและสุขภาพทั่วไป อย่างไรก็ตามควรระมัดระวังการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์คอลลาเจนที่ดีและมีคุณภาพเพื่อให้ได้ประโยชน์ที่เหมาะสม ถ้าคุณต้องการได้ผลจากการบริโภคคอลลาเจน คำแนะนำคือเลือกคอลลาเจนสายสั้น (hydrolyzed collagen) เนื่องจากผ่านกระบวนการไฮโดรไลซ์ (hydrolysis) ซึ่งทำให้มีขนาดเล็กลง ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้ง่ายและนำไปใช้ในการสร้างคอลลาเจนในร่างกายได้ ปริมาณคอลลาเจนที่ควรบริโภคในหนึ่งวันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยโดยไม่มีผลข้างเคียงอยู่ระหว่าง 2.5 – 15 กรัม

เสริมสร้างด้วยการกิน 6 เทคนิคการกินเสริมคอลลาเจน

เราสามารถเลือกอาหารที่ช่วยในการสลายและสร้างคอลลาเจนได้อีกด้วย นี่คือ 6 เทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คอลลาเจนในร่างกายอยู่ได้นานๆ:

  • บริโภคโปรตีนเพียงพอต่อวัน: คอลลาเจนเป็นโปรตีน ดังนั้นควรรับปริมาณโปรตีนเพียงพอต่อวัน เช่นเนื้อสัตว์ นม ไข่ หรือธัญพืช เพื่อให้ได้ปริมาณ 1-1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่นหากน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ให้บริโภคโปรตีนประมาณ 50-60 กรัมต่อวัน
  • บริโภคอาหารที่มีวิตามินซี: วิตามินซีช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการสลายของคอลลาเจน คุณสามารถรับประทานผักและผลไม้ที่เป็นแหล่งวิตามินซี เช่นฝรั่ง คะน้า บรอกโคลี สตรอเบอร์รี่ ส้ม แอปเปิ้ลแดง มะนาว เบอร์รีชนิดต่างๆ
  • บริโภคอาหารที่มีวิตามินเอ: วิตามินเอช่วยกระตุ้นเติบโตของไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ที่สร้างคอลลาเจนและอิลาสติน คุณสามารถรับประทานเนื้อสัตว์ ไข่ นม และผักที่มีสีเขียวเข้มและสีเหลืองส้ม เช่นตำลึง ผักบุ้ง แครอทมะละกอสุก เป็นต้น
  • บริโภคอาหารที่มีวิตามินอี: วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำงานร่วมกับวิตามินซี คุณสามารถรับประทานน้ำมันพืช เช่นน้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง และอาหารอื่นที่มีวิตามินอี เช่นถั่วอัลมอนด์ อาโวคาโด มะม่วง กีวี เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวาน: น้ำตาลสามารถทำให้เกิดกระบวนการไกลเคชัน (glycation) ที่ทำให้คอลลาเจนสูญเสียความยืดหยุ่นและรูปร่าง
  • ดื่มน้ำเพียงพอ: การดื่มน้ำประจำวันอย่างเพียงพอจะช่วยสร้างคอลลาเจนในร่างกาย ควรดื่มน้ำเปล่าประมาณ 8-10 แก้วหรือ 2 ลิตรต่อวัน เมื่อดื่มน้ำไม่เพียงพอ การสร้างคอลลาเจนอาจลดลง

หากคุณต้องการผิวที่ดูแลอย่างเหนือธรรมชาติควรพิจารณาการบริโภคคอลลาเจนสายสั้นหรือไฮโดรไลซ์คอลลาเจนที่สะดวกต่อการดูดซึม ควรรับประทานมาพร้อมกับอาหารที่เต็มไปด้วยวิตามินต่างๆ เช่นวิตามินซี เอ และอี อีกทั้งจะเลือกอุปกรณ์ดื่มที่มีคุณภาพเพียงพอเพื่อชะลอการย่อยสลายและสร้างคอลลาเจน เพื่อความสำคัญที่สุดควรรับประทานโปรตีนอย่างเพียงพอหรือเสริมด้วยเครื่องดื่มโภชนาการที่มีคอลลาเจนชนิดเฉพาะ เช่น Bioactive collagen peptide

สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีโปรตีนและวิตามินแร่ธาตุ 20 ชนิดเพื่อสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง ข้อเข่าหรือกระดูกให้มีประสิทธิผลในระดับสูงสุด สุดท้ายอย่าลืมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของคุณเองด้วยวิธีที่เหมาะสมที่สุดโดยใช้เคล็ดลับสุขภาพ 3 องค์ประกอบของ มี กิน และ ออกกำลังกาย

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นคอลลาเจนก็จะลดลง

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น คอลลาเจน ก็จะลดลง

คอลลาเจน ภายในร่างกายมีแนวโน้มที่ลดลงเมื่อเกิดการสูญเสียอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือผู้หญิงที่ผ่านวัยหมดประจำเดือน คุณภาพของคอลลาเจนลดลงและการสลายตัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

การเสื่อมถอยในช่วงอายุ

  • เมื่ออายุระหว่าง 30-39 ปี, ผิวเริ่มแสดงรอยย่นบางๆ บริเวณหน้าผาก ริ้วรอยเล็กๆ อาจปรากฏชัดเจนเมื่อยิ้มและรอยย่นระหว่างคิ้ว ที่เห็นชัดได้ในเวลาหน้านิ่ว รอยย่นบางๆ อาจปรากฏบริเวณร่องแก้มจากจมูกถึงริมฝีปาก อาจมีไฝ กระ หรือ ฝ้าทั้งแบบลึกและตื้น เนื้อผิวอาจแสดงรูขุมขนชัดขึ้น
  • อายุระหว่าง 40-49 ปี, รอยย่นบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว ใต้ขอบตาล่าง และหางตาเห็นชัดเจนมากขึ้น รอยย่นบริเวณแก้มและร่องแก้มลึกมากเพียงพอที่จะถึงมุมปาก มีฝ้าชนิดลึกมากขึ้น ผิวเริ่มแห้งและมีรูขุมขนใหญ่ อาจมีสิวปรากฏอีกครั้ง มีติ่งเนื้อเพิ่มขึ้นและกระจัดกระจายเป็นตุ่มเล็กๆ สีน้ำตาล เรียกว่าวัยเริ่มตกกระ
  • อายุระหว่าง 50-64 ปี, ผิวอาจมีสภาพเหมือนวัย 40-49 ปี แต่มีรอยย่นตามร่องแก้มลึกถึงบริเวณใต้มุมปาก มีฝ้าเกิดขึ้นและติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากคอลลาเจนเริ่มลดลงอย่างมาก
  • อายุ 65 ปีขึ้นไป, ผิวหนังเริ่มหยาบกร้าน มีรอยย่นทั่วหน้าริมฝีปากบางที่ปรากฏเหนือริมฝีปาก สภาพผิวอื่นๆ เปลี่ยนแปลงคล้ายกับวัย 50-64 ปี ดังนั้น เราสามารถพิจารณาว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับทุกคน แต่เราสามารถช่วยลดความสึกหรือความเสื่อมของผิวพรรณและรักษาผิวหนังให้ดูดีให้นานที่สุดโดยการใช้สารสกัดโปรตีนคอลลาเจนเพื่อเสริมคอลลาเจนที่สูญเสียไป

สิ่งที่บ่งบอกถึงสภาวะ คอลลาเจน ลดน้อยลง

สัญญาณที่บ่งบอกถึงการลดลงของคอลลาเจนภายในร่างกายประกอบด้วย:

  • ผิวหนังที่มีริ้วรอยและคล้ำลง: อาจเห็นได้จากการเกิดริ้วรอยและการหย่อนคล้อยของผิวหนัง
  • การเสื่อมเป็นรูปของผิวหนังรอบดวงตาและแก้ม: สามารถเห็นได้ว่าผิวหนังรอบดวงตาและแก้มเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงที่แสดงออกเป็นการคล่องตัวลง
  • ปวดกล้ามเนื้อ: ความลดลงของคอลลาเจนอาจทำให้กล้ามเนื้อมีความเจ็บปวดหรืออ่อนแรง
  • กล้ามเนื้อซึ่งเริ่มหย่อนและอ่อนแรง: คอลลาเจนที่ลดลงอาจทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงลดลงและกลายเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ความยืดหยุ่นของเอ็น: คอลลาเจนที่ลดลงทำให้เนื้อเยื่อเอ็นในร่างกายมีความยืดหยุ่นน้อยลง
  • โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis): ความลดลงของคอลลาเจนอาจส่งผลให้กระดูกอ่อนแรงถูกใช้งานจนเสื่อมสภาพและเกิดโรคข้อเสื่อมได้
  • การเคลื่อนไหวที่จำกัด: คอลลาเจนที่ลดลงอาจทำให้ข้อฝืดแข็งหรือเสียหายซึ่งส่งผลให้การเคลื่อนไหวของร่างกายลดลง
  • ปัญหาที่เกี่ยวกับการไหลเวียนโลหิต: คอลลาเจนที่ลดลงอาจส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย
  • ปัญหาที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร: ความลดลงของคอลลาเจนอาจทำให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินอาหาร เช่น เยื่อบุทางเดินอาหารที่บางลง

การป้องกันคอลลาเจนในร่างกาย

ความสำคัญที่ต้องดูแลและป้องกันการสูญเสียคอลลาเจน ดังนั้นเราจึงได้เรียงลำดับวิธีการดังนี้:

  • รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน: การบริโภคอาหารที่ประกอบไปด้วยสารอาหารที่เพียงพอสำหรับการสร้างคอลลาเจน เช่น โปรตีน เวิลด์เทมิน และวิตามิน C สามารถช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนในร่างกายได้
  • ทาครีมกันแดดทุกวัน (SPF 30 หรือสูงกว่า): การป้องกันผลกระทบจากแสงแดดที่เป็นซับซ้อนต่อคอลลาเจนในผิวหนัง ใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ SPF 30 หรือค่าสูงกว่า เพื่อป้องกันการทำลายคอลลาเจนจากแสงแดด
  • ใส่เสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง: การป้องกันโดยใช้เสื้อผ้าที่มีป้องกันแสงแดดหรืออุปกรณ์เสริมที่ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง สามารถช่วยลดการทำลายคอลลาเจนในผิวหนังได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้เตียงอาบแสงยูวี: เตียงอาบแสงยูวีสามารถทำลายคอลลาเจนในผิวหนังได้ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการใช้เตียงอาบแสงยูวี

สิ่งที่ทำแล้ว คอลลาเจน จะหายไปมีอะไรบ้าง ?

พฤติกรรมที่อาจส่งผลให้คอลลาเจนในร่างกายเสื่อมสลายได้มีดังนี้:

  • บริโภคน้ำตาลมากเกินไป: การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปอาจทำให้เกิดกระบวนการไกลเคชั่น (advanced glycation end-products: AGEs) ในร่างกายซึ่งส่งผลให้คอลลาเจนเสื่อมประสิทธิภาพลง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังเสื่อมประสิทธิภาพก่อนวัย
  • การสูบบุหรี่: การสูบบุหรี่ลดความสามารถในการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย ทำให้ผิวหนังเสื่อมสลายและเกิดรอยเหี่ยวย่น และทำให้ร่างกายชะล้างสมานตัวช้าลง
  • การสัมผัสกับแสงแดดในปริมาณมากเกินไป: การถูกแสงแดดเข้าสัมผัสในปริมาณมากเกินไปทำให้คอลลาเจนสลายตัวเร็วขึ้น นอกจากนี้แสงอาทิตย์ยังลดความสามารถในการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย ดังนั้นควรใช้ครีมกันแดดที่มีปริมาณ SPF 30 หรือสูงกว่า และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดในปริมาณมากเกินไป

การเพิ่มเติมคอลลาเจนด้วยอาหาร

การรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยคอลลาเจนไม่เพียงพอต่อการดูดซึมคอลลาเจนในร่างกาย เนื่องจากคอลลาเจนจะต้องเปลี่ยนเป็นกรดอะมิโนก่อน ดังนั้น ควรเลือกรับประทานอาหารที่ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนแทน ตัวอย่างเช่น:

  • วิตามิน C: สตรอว์เบอร์รี่, ส้ม, บรอกโคลี, พริกหยวก, และมันฝรั่ง
  • โปรลีน: เห็ด, หน่อไม้ฝรั่ง, กะหล่ำปลี, ข้าวสาลี, ถั่วลิสง, ไข่ขาว, ปลา, และเนื้อสัตว์
  • ไกลซีน: เนื้อแดง, หนังไก่และหมู, ไก่งวง, กราโนล่า, และถั่วลิสง
  • ทองแดง: หอยนางรม, ล็อบสเตอร์, ตับ, เห็ดชิตาเกะ, ผักใบเขียว, ถั่วและเมล็ดพืช, เต้าหู้, และดาร์กช็อกโกแลต
  • สังกะสี: หอยนางรม, ผลิตภัณฑ์นม, สัตว์ปีก, หมู, เนื้อแดง, ถั่ว, ถั่วลูกไก่, ธัญพืชเต็มเมล็ด, บรอกโคลี, และผักใบเขียว

ตัวช่วยในการดูแลผิว ชุ่มชื่น ป้องกันการเสื่อมก่อนไว

โปรตีนคอลลาเจนเป็นส่วนสำคัญของร่างกายที่ช่วยปกป้องผิวไม่ให้สภาพเสื่อมสลายก่อนวัยและช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นและกระชับ แต่เมื่อวัยมากขึ้นร่างกายอาจผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ดังนั้นการบริโภคอาหารบางชนิดที่มีส่วนประกอบที่ส่งเสริมการผลิตคอลลาเจน เช่น อาหารที่มีวิตามิน C, ทองแดง, และสังกะสี จะช่วยสนับสนุนกระบวนการผลิตคอลลาเจนในร่างกาย นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปและการสัมผัสกับแสงแดดในปริมาณมากเกินไป เพื่อชะลอการลดลงของคอลลาเจนในร่างกาย

ยิ่งอายุมากขึ้นคอลลาเจนก็จะยิ่งสำคัญมากขึ้น

คอลลาเจนเป็นส่วนสำคัญที่พบมากที่ผิวและไขข้อ และมีกระบวนการสร้างและสลายตลอดเวลาในร่างกาย อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดการเพิ่มอายุร่างกายจะสร้างคอลลาเจนน้อยลง และอาจแสดงอย่างชัดเจนหลังจากอายุ 40 ปี โดยผิวเป็นส่วนหนึ่งที่ชัดเจน เนื่องจากคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลักของโปรตีนในผิว มีปริมาณกว่า 80% ของผิว คอลลาเจนจะตั้งอยู่ในชั้นล่างของผิวหนัง (dermis) ซึ่งครีมทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้

ดังนั้นเพื่อเพิ่มปริมาณคอลลาเจนในร่างกาย ควรบริโภคอาหารที่สามารถสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ การมีปริมาณคอลลาเจนมากกว่าจะส่งผลดีต่อสุขภาพผิวพรรณมากกว่าคนที่อายุเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การบริโภคคอลลาเจนทั่วไปอาจจะไม่ได้ผลที่คาดหวัง เนื่องจากคอลลาเจนเป็นโปรตีนที่ถูกย่อยในกระเพาะอาหารและอาจไม่สามารถดูดซึมไปถึงผิวได้

การกินคอลลาเจนให้ได้ผล

การกินคอลลาเจนให้ได้ผล

การที่จะทาน คอลลาเจน เสริมให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก็มีหลากหลายปัจจัยที่เป็นตัวช่วยในการบำรุง และในปัจจุบันมีทางเลือกในการบำรุงหลากหลายรูปแบบซึ่งสามารถเลือกได้ตามความชอบ อย่างเช่น แคปซูล แบบผสมน้ำ เม็ดยา เป็นต้น

1. การเลือก Bioactive collagen peptide เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง

การวิจัยจากประเทศเยอรมันพบว่า Bioactive collagen peptide เป็นสารที่สามารถกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนในผิวได้ เนื่องจากมีโมเลกุลขนาดเล็กที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทดลองกับผู้หญิงอายุ 35-65 ปี ซึ่งได้รับการบริโภค Bioactive collagen peptide 2.5 กรัมต่อวันเป็นเวลา 4-8 สัปดาห์ พบว่าผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ริ้วรอยรอบดวงตาลดลง อยู่ในอัตรา 7%-20% นอกจากนี้ได้มีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มผู้หญิงอายุ 20-50 ปี ที่รับประทาน Bioactive collagen peptide ต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือนพบว่าช่วยลดเซลลูไลท์และลดปัญหาเล็บหักอีกด้วย คอลลาเจนชนิดเฉพาะนี้มีความแตกต่างจากคอลลาเจนทั่วไป เนื่องจากสามารถกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนในผิวได้ใหม่

2. การกินโปรตีนให้เพียงพอในแต่ละวัน

มีบางคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักและเลือกที่จะรับประทานอาหารที่มีเนื้อสัตว์น้อยลง และมากขึ้นในการกินผัก แต่ที่จะเป็นอย่างนั้นก็อาจทำให้ร่างกายขาดโปรตีน และขาดกล้ามเนื้อ นักวิจัยได้ค้นพบว่าการรับประทานโปรตีนที่ไม่เพียงพออาจทำให้ปริมาณคอลลาเจนในผิวหนังลดลงมากกว่าในส่วนอื่นของร่างกาย ดังนั้นเมื่อขาดโปรตีน การรับประทานคอลลาเจนทั่วไปอาจไม่สามารถดูแลผิวพรรณได้ตามที่ควรเป็นอย่างแน่นอน จึงแนะนำให้รับประทานโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอและควบคู่กับการรับประทานคอลลาเจน

3. ทานวิตามินที่มีความจำเป็นในการชะลอการสลาย คอลลาเจน

พบว่าวิตามิน C, E, และ A สามารถชะลอกระบวนการสลายของคอลลาเจนได้ หากมีการรับประทานพร้อมกับคอลลาเจนที่ได้รับการวิจัยรองรับ และรับประทานโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นการดูแลผิวพรรณที่มีประสิทธิผลมากขึ้น

ความสำคัญของอาหารเสริมคอลลาเจนสำคัญอย่างไร

คอลลาเจนเป็นสารตั้งต้นสำคัญในร่างกายของเราที่มีบทบาทสำคัญ ตอนเด็กหรือยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ร่างกายมีความสามารถในการสร้างคอลลาเจนเองได้ แต่ภายหลังจากอายุมากขึ้น ความสามารถนี้จะลดลง ดังนั้น เพิ่มปริมาณคอลลาเจนเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาความกระชับของผิวและลดการเสื่อมสภาพของกระดูกและเส้นเอ็นต่อมเมื่อเราอายุมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปริมาณคอลลาเจนที่ควรรับประทานในแต่ละวันขึ้นอยู่กับสภาวะสุขภาพและอาหารที่แพ้อย่างต่างๆของแต่ละบุคคล องค์กรด้านอาหารและยาของประเทศไทยได้แนะนำให้ไม่รับประทานคอลลาเจนเกิน 10 กรัมต่อวัน อย่างไรก็ตาม ในชีวิตปกติ การบริโภคคอลลาเจนประจำวัน 2.5-5 กรัมถือว่าเพียงพอสำหรับการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเพื่อสนับสนุนการสร้างผิวพรรณที่สวยงามและร่างกายที่แข็งแรง โดยไม่เกิดผลข้างเคียงอันตรายต่อร่างกาย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *